WEBVTT 00:00:02.800 --> 00:00:05.220 จดหมายจากเปาโล..ถึงชาวเอเฟซัส .. 00:00:05.220 --> 00:00:08.514 การเดินทางของเปาโลมายังเมืองเอเฟซัสนั้นน่าสนใจมาก 00:00:08.520 --> 00:00:11.220 เรากลับไปอ่านได้ที่กิจการบทที่ 19 00:00:11.220 --> 00:00:12.896 เอเฟซัสเป็นเมืองใหญ่มาก 00:00:12.900 --> 00:00:16.240 เป็นศูนย์กลางการกราบไหว้เทพเจ้ากรีกและโรม 00:00:16.240 --> 00:00:20.340 สองปีที่เปาโลได้รับใช้อย่างเกิดผล ในฐานะผู้รับใช้ต่างแดน ในเมืองนั้น 00:00:20.340 --> 00:00:22.640 และมีคนจำนวนมากกลับมาติดตามพระเยซู 00:00:22.640 --> 00:00:27.640 หลายปีต่อมา หลังจากที่ถูกจำคุกในโรม เปาโลเขียนจดหมายมาหาพวกเขา 00:00:27.640 --> 00:00:31.580 ความคิดหลักในจดหมายนั้น แบ่งออกเป็นสองตอนอย่างชัดเจน 00:00:31.580 --> 00:00:34.940 ช่วงแรก เปาโลได้เล่าถึงเรื่องราวของข่าวประเสริฐว่า 00:00:34.940 --> 00:00:38.660 เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ได้มาถึงจุดสูงสุดที่พระเยซูอย่างไร 00:00:38.660 --> 00:00:42.380 และกล่าวถึงการทรงสร้างชุมชนผู้ติดตามพระองค์ จากหลายเชื้อชาติ 00:00:42.380 --> 00:00:45.960 ส่วนตอนที่สองของจดหมาย ก็เชื่อมโยงด้วยคำว่า “ดังนั้น” และ 00:00:45.960 --> 00:00:49.980 ที่นี่ เปาโลได้บอกว่าข่าวประเสริฐควรมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ 00:00:49.980 --> 00:00:55.840 ทุกๆ ส่วนของชีวิตเราอย่างไร ทั้งส่วนตัว ในหมู่เพื่อนบ้านและชุมชน ในครอบครัวของเรา 00:00:55.840 --> 00:00:58.700 เข้าไปดูกันเถอะ จะได้เห็นว่า เปาโลได้ต่อเรื่องราวเหล่านี้อย่างไร 00:00:58.700 --> 00:01:04.420 บทที่หนึ่ง เปิดด้วยบทกวียิวที่งดงาม เปาโลได้สรรเสริญพระเจ้าพระบิดา 00:01:04.420 --> 00:01:08.560 ..สำหรับสิ่งที่พระองค์ทรงทำในพระเยซูคริสต์ 00:01:08.570 --> 00:01:14.600 จากนิรันดร์กาลในอดีต พระบิดาทรงตั้งพระทัยที่จะเลือก และอวยพระพร คนแห่งพันธสัญญาและ 00:01:14.600 --> 00:01:16.759 คิดหน่อยตรงนี้ นั่นคือครอบครัวของอับราฮัม 00:01:16.760 --> 00:01:19.260 และปฐมกาลบทที่ 12 ข้อ 1-3 00:01:19.260 --> 00:01:23.000 และโดยผ่านพระเยซู ตอนนี้ทุกคนถูกรับเข้ามาอยู่ในครอบครัวนั้นได้ 00:01:23.000 --> 00:01:26.900 เพราะความตายของพระเยซู ได้ปิดบาปร้ายสุดๆ ของเรา ความล้มเหลวไม่เป็นท่าของเรา และ 00:01:26.900 --> 00:01:29.760 ในพระเยซู เราได้พบพระคุณของพระเจ้า 00:01:29.760 --> 00:01:36.799 จริงแล้ว เปาโลกล่าวว่า พระคุณได้เปิดหนทางใหม่ที่จะทำให้เราเข้าใจทุกส่วนของชีวิตเรา 00:01:36.800 --> 00:01:44.500 ในบทที่ 1 ข้อ 10 ว่า พระประสงค์ของพระเจ้าคือ การรวบรวมทุกสิ่งในสวรรค์และโลกให้อยู่ภายใต้พระคริสต์ 00:01:44.500 --> 00:01:46.500 นามพระคริสต์นี้ ก็คือ พระเมสสิยาห์ 00:01:46.500 --> 00:01:52.980 แผนของพระเจ้าคือ การมีครอบครัวใหญ่ ประกอบด้วยคนที่ถูกรื้อฟื้น ที่เป็นหนึ่งเดียวในพระเยซูพระเมสสิยาห์ 00:01:52.980 --> 00:01:59.080 เปาโลกล่าวว่า “พระประสงค์นี้ ชัดเจน เมื่อเราถูกรับเข้ามาอยู่ในครอบครัวนั้น “ 00:01:59.180 --> 00:02:02.275 และที่นี่ เขาหมายถึงเชื้อชาติยิวในครอบครัวอับราฮัม 00:02:02.280 --> 00:02:06.020 แต่แล้วเปาโลก็มาพูดถึง ..ท่าน.. ซึ่งเขาหมายถึงคนที่ไม่ใช่ยิว 00:02:06.020 --> 00:02:09.220 “ท่านได้ยินเรื่องพระเยซูและความรอดโดยพระองค์ 00:02:09.220 --> 00:02:13.720 และท่านถูกนำเข้ามาสู่ครอบครัวนี้โดย ราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ 00:02:13.720 --> 00:02:18.530 ที่นี่ เขาหมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกิจการ เรื่องที่ว่า พระวิญญาณของพระเจ้า 00:02:18.530 --> 00:02:23.200 ทรงนำคนยิวและชนชาติอื่นเข้ามาอยู่เป็น ครอบครัวเดียวกันในพระเยซูคริสต์ 00:02:23.200 --> 00:02:25.939 ก็เหมือนกับคำสัญญาที่พระเจ้าให้ไว้กับอับราฮัมนานมาแล้ว 00:02:25.940 --> 00:02:30.580 ให้สังเกตด้วยว่า ในบทกวีนี้ เปาโลเริ่มจากการกล่าวถึงพระเจ้าพระบิดา 00:02:30.580 --> 00:02:34.500 แต่แล้วก็มากล่าวถึงพระเยซูพระบุตร และจบด้วยองค์พระวิญญาณบริสุทธิ์ 00:02:34.500 --> 00:02:36.260 ทั้งสาม ทรงทำงานด้วยกัน 00:02:36.260 --> 00:02:39.340 ขณะที่เปาโลเล่าเรื่องของข่าวประเสริฐนั้น ดูว่า ยอดมาก 00:02:39.340 --> 00:02:41.880 หลังจากบทกวี เปาโลต่อด้วยคำอธิษฐาน 00:02:41.881 --> 00:02:49.099 เขาขอว่า คนที่ตามพระเยซู จะไม่เฉพาะแค่รู้จัก แต่จะมีประสบการณ์กับฤทธิ์ของข่าวประเสริฐ 00:02:49.100 --> 00:02:52.860 เพื่อว่าเขาจะได้รับกำลัง จากพลังเดียวกันที่ทำให้พระเยซูทรงคืนชีพจากความตาย 00:02:52.860 --> 00:02:56.180 และยกย่องพระองค์ เป็นใหญ่เหนือทั้งโลก 00:02:56.182 --> 00:03:01.700 ในบทที่สอง เปาโลกลับไปเรื่องเดิมและเขาขยายความ แนวคิดหลักจากบทกวีในบทที่หนึ่ง 00:03:01.700 --> 00:03:05.860 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..เรื่องพระคุณของพระเจ้า และครอบครัวหลายเชื้อชาติของพระเยซู 00:03:05.860 --> 00:03:10.360 เขาเริ่มต้นโดยเล่าซ้ำว่า คนที่ไม่ได้เป็นยิวมารู้จักพระเยซูได้อย่างไร 00:03:10.360 --> 00:03:15.340 ก่อนที่พวกเขาจะได้ยินเรื่องพระเยซู พวกเขามีชีวิตทางร่างกาย แต่จิตวิญญาณนั้นตาย 00:03:15.340 --> 00:03:19.200 พวกเขาถูกดักไว้ให้อยู่ในชีวิตไร้เป้าหมาย ที่เห็นแก่ตัว และบาป 00:03:19.200 --> 00:03:22.660 พวกเขาถูกลวงโดยพลังมืดอันชั่วร้ายฝ่ายวิญญาณ 00:03:22.660 --> 00:03:26.726 น่าอัศจรรย์ที่ พระเจ้าทรงช่วยให้พวกเขารอด โดยความรักและพระเมตตาที่ยิ่งใหญ่ 00:03:26.726 --> 00:03:32.449 พระองค์ทรงยกโทษบาปทั้งสิ้นของเขา และทรงเชื่อมชีวิตของเขากับชีวิตที่คืนชีพของพระเยซู 00:03:32.449 --> 00:03:34.500 และทรงทำให้พวกเขา กลับมามาชีวิตด้วย 00:03:34.500 --> 00:03:38.820 ดังนั้น เมื่อได้รับการสร้างเป็นมนุษย์ใหม่โดยพระเยซู 00:03:38.820 --> 00:03:45.320 พวกเขาจึงมีความยินดีที่ได้ค้นพบการทรงเรียกและเป้าหมาย และงานใหม่ของชีวิต ที่พระเจ้าทรงวางไว้ให้เขา 00:03:45.320 --> 00:03:50.420 ไม่เพียงแต่ได้รับรู้พระคุณของพระเจ้า พวกเขายังได้รับเชิญให้เข้ามาสู่ครอบครัวใหม่ 00:03:50.420 --> 00:03:54.703 ก่อนที่จะได้ยินเรื่องพระเยซู คนที่ไม่ใช่ยิวเหล่านี้ ถูกตัดขาดจากพระเจ้า 00:03:54.703 --> 00:04:00.000 พวกเขาถูกตัดจากคนแห่งพันธสัญญาของพระองค์ คือครอบครัวของอับราฮัม ซึ่งมีเหตุผลในทางปฏิบัติ 00:04:00.000 --> 00:04:04.660 นั่นคือ..คำบัญชาจากพันธสัญญาภูเขาซีนาย เป็นเหมือนขอบเขตกั้นครอบครัวนั้นเอาไว้ 00:04:04.660 --> 00:04:08.300 เป็นเหมือนเครื่องขวางกั้น กัน คนที่ไม่ใช่ยิวส่วนใหญ่ออกไป 00:04:08.307 --> 00:04:13.747 แต่ในพระเยซูคริสต์ บัญญัติโทราห์บรรลุผลสำเร็จหมด เครื่องขวางกั้นจึงถูกย้ายออกไป 00:04:13.760 --> 00:04:20.555 ชนชาติทั้งสองกลุ่ม จึงกลายเป็น “มนุษยชาติที่เป็นหนึ่ง ซึ่งอยู่ด้วยกันได้อย่างสันติ” 00:04:20.560 --> 00:04:25.480 ต่อไปในบทที่สาม เปาโลอัศจรรย์ใจกับบทบาทที่เขาไดัรับ 00:04:25.480 --> 00:04:28.220 ในการประกาศข่าวดีกับคนที่ไม่ใช่ยิว 00:04:28.220 --> 00:04:34.740 แม้ว่าเขาถูกจำจองอยู่ เขาก็ขอบคุณพระเจ้าสำหรับโอกาส ที่ได้เห็นครอบครัวแห่งพันธสัญญาเติบโตขึ้นมาก 00:04:34.740 --> 00:04:37.820 ดังนั้นเปาโลจึงจบตอนแรกของจดหมาย ด้วยคำอธิษฐานอีกครั้ง 00:04:37.820 --> 00:04:45.270 ครั้งนี้ เขาอธิษฐานว่า ผู้ติดตามพระเยซูจะได้รับกำลัง จากพระวิญญาณเพื่อที่จะได้ยึด และเข้าใจ 00:04:45.270 --> 00:04:48.140 ความรักที่พระคริสต์ทรงมีต่อคนของพระองค์ 00:04:48.140 --> 00:04:51.420 ส่วนที่สองของจดหมายเริ่มต้นโดย เปาโลหันไปพูดอีกเรื่อง 00:04:51.420 --> 00:04:57.720 เขาเริ่มท้าชวนให้ผู้อ่านตอบสนองข่าว ประเสริฐด้วยการใช้ชีวิตตามข่าวประเสริฐนั้น 00:04:57.720 --> 00:05:01.300 บทที่สี่ จึงพูดถึงชีวิตประจำวันของคริสตจักร 00:05:01.300 --> 00:05:04.920 คริสตจักรเป็นครอบครัวใหญ่.. มีคนมากมายที่แตกต่างกัน 00:05:04.920 --> 00:05:07.740 แต่เขาเน้นว่า ทุกคนเป็นหนึ่งเดียว 00:05:07.740 --> 00:05:09.660 คำนี้ เป็นคำสำคัญในบทที่สี่ 00:05:09.660 --> 00:05:12.600 พวกเขาเป็นร่างเดียว ที่ถูกทำให้เป็นหนึ่งโดยพระวิญญาณเดียว 00:05:12.600 --> 00:05:14.780 พวกเขามีพระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว ความเชื่อเดียว 00:05:14.780 --> 00:05:17.640 มีบัพติสมาเดียว และเชื่อในพระเจ้าองค์เดียว 00:05:17.640 --> 00:05:19.660 นับได้ว่า นี่เป็นหลาย"หนึ่งเดียว" 00:05:19.660 --> 00:05:24.220 อย่างไรก็ดี เปาโลว่า การเป็นหนึ่งนี้ ไม่เหมือนกับการเป็นเหมือนกัน มีรูปแบบเดียวกัน 00:05:24.220 --> 00:05:30.360 เขาชี้แจงว่า คนในครอบครัวของพระเยซูนั้น ประกอบด้วยคนที่ แตกต่างกัน หลากหลาย 00:05:30.360 --> 00:05:36.380 แต่ทุกคนได้รับพลังจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ แต่ละคนใช้ความสามารถ และความถนัดของตนในการรับใช้ 00:05:36.380 --> 00:05:39.700 ในการรักซึ่งกันและกัน เพื่อเสริมสร้างคริสตจักร 00:05:39.700 --> 00:05:41.880 และตรงนี้เขามีคำเปรียบสองภาพที่ดีมาก 00:05:41.880 --> 00:05:45.080 ภาพแรกคือสร้างคริสตจักร ให้เป็นพระวิหารใหม่ 00:05:45.080 --> 00:05:50.420 อีกภาพคือ ทุกคนกำลังเป็นมนุษย์ใหม่ที่มีพระเยซูเป็นศีรษะ 00:05:50.420 --> 00:05:54.540 มนุษย์ชาติใหม่นี้ เป็นคำเปรียบที่เขายังจะใช้ในบทต่อไป 00:05:54.540 --> 00:05:59.780 เปาโลท้าชวนคริสเตียนทุกคนให้ถอดความเป็นมนุษย์เก่า เหมือนกับถอดเสื้อเก่า 00:05:59.780 --> 00:06:04.620 และสวมความเป็นมนุษย์ใหม่ ซึ่งได้รับพระฉายาของพระเจ้าคืนมา 00:06:04.620 --> 00:06:09.520 แล้วเขาก็เปรียบเทียบมนุษย์ใหม่ กับมนุษย์เก่านี้เป็นตอนยาวพอควร.. 00:06:09.520 --> 00:06:13.620 แทนที่มนุษย์ใหม่จะโกหก เขาพูดความจริง 00:06:13.620 --> 00:06:17.540 แทนที่จะเก็บความโกรธเคือง เขากลับแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ 00:06:17.540 --> 00:06:20.780 แทนที่จะขโมย เขาใจกว้าง 00:06:20.780 --> 00:06:24.220 แทนที่จะนินทาว่าร้าย เขากลับใช้คำพูดหนุนน้ำใจผู้อื่น 00:06:24.220 --> 00:06:27.500 แทนที่จะแก้แค้น เขาให้อภัย 00:06:27.500 --> 00:06:34.680 แทนที่จะทำตามกิเลสตัณหาของตนเองทุกอย่าง มนุษย์ใหม่ฝึกบังคับความปรารถนาทางกายของตนเอง 00:06:34.680 --> 00:06:40.020 แทนที่จะเมามาย มนุษย์ใหม่เข้ามาอยู่ใต้องค์พระวิญญาณของพระเจ้า และ 00:06:40.020 --> 00:06:43.900 เขาบอกว่า อิทธิพลจากพระวิญญาณนั้นมีรูปแบบ 4 อย่าง 00:06:43.900 --> 00:06:45.700 สองอย่างแรก เกี่ยวข้องกับการร้องเพลง 00:06:45.700 --> 00:06:48.220 เป็นการร้องเพลงด้วยกัน และร้องเพลงคนเดียว และ 00:06:48.220 --> 00:06:51.227 นี่เป็นเรื่องน่าสนใจ ว่าสิ่งที่เปาโลคิดเป็นอย่างแรกว่า 00:06:51.227 --> 00:06:56.440 พระวิญญาณทรงทำการในชีวิตของคน ของพระเยซูผ่านการร้องเพลงและดนตรีอย่างไร 00:06:56.440 --> 00:07:00.460 เครื่องหมายอย่างที่สามว่า เรารับอิทธิพลจากพระวิญญาณคือ เราขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง 00:07:00.460 --> 00:07:03.580 อย่างที่สี่คือ พระวิญญาณจะทรงนำให้คนที่ตามพระเยซูนั้น.. 00:07:03.580 --> 00:07:10.940 ถ่อมตนลง และยกขึ้นอื่นให้สำคัญกว่าตัวเอง 00:07:10.940 --> 00:07:17.200 เปาโลขยายเรื่องนี้โดยแสดงให้เห็นว่า มันส่งผลอย่างไรในชีวิตสมรสของคริสเตียน 00:07:17.200 --> 00:07:21.760 คุณมีภรรยาที่ติดตามพระเยซู เธอจะต้องนับถือและยอม 00:07:21.760 --> 00:07:24.160 ให้สามีของเธอ รับผิดชอบชีวิตเธอ และ 00:07:24.160 --> 00:07:31.900 สามีถูกเรียกร้องให้รักภรรยาของเขา และให้ความรับผิดชอบนั้น อยู่ใต้ความต้องการที่เห็นแก่ตัวของเขาเอง และ 00:07:31.900 --> 00:07:34.959 ถือว่า สวัสดิภาพของภรรยานั้น เหนือตัวเอง และ 00:07:34.960 --> 00:07:40.500 เปาโลกล่าวว่านี้เป็น ครอบครัวที่ทำตามสาระข่าวประเสริฐอย่างแท้จริง 00:07:40.500 --> 00:07:45.020 สามีเลียนแบบพระคริสต์ ทั้งความรักและการเสียสละของพระองค์ 00:07:45.020 --> 00:07:50.400 ส่วนภรรยาเลียนแบบคริสตจักร ซึ่งยอมให้พระเยซูรักเธอ และทำให้เธอเป็นคนใหม่ 00:07:50.400 --> 00:07:56.020 เปาโลใช้ความคิดเดียวกันกับเรื่องของพ่อแม่ และลูก รวมไปถึง ทาสกับนาย 00:07:56.020 --> 00:08:01.880 เขาจบจดหมายด้วยการเตือนคริสเตียนให้รู้ว่า วิญญาณชั่วร้ายนั้นมีจริง.. 00:08:01.880 --> 00:08:06.940 เป็นสิ่งมีชีวิต และพยายามกัดกร่อนความเป็นหนึ่งของคนของพระเยซู 00:08:06.940 --> 00:08:09.400 พยายามให้คนของพระองค์จำนนให้กับบาป 00:08:09.400 --> 00:08:14.860 เปาโลจึงท้าชวนให้เขา ยืนมั่น และสวมสิ่งที่เปรียบถึงยุทธภัณฑ์ทั้งชุด 00:08:14.860 --> 00:08:17.410 ซึ่งเขาได้อธิบายอย่างละเอียด 00:08:17.410 --> 00:08:21.560 เปาโลนำเรื่องยุทธภัณฑ์นี้มาจากหนังสืออิสยาห์ 00:08:21.560 --> 00:08:24.220 และวิธีการที่อิสยาห์ทำให้เราเห็นภาพราชาเมสสิยาห์ 00:08:24.220 --> 00:08:29.480 บัดนี้ ในฐานะที่เป็นผู้ติดตามพระเมสสิยาห์ เราจำเป็นต้องทำให้ลักษณะของพระองค์เป็นของเราด้วย 00:08:29.540 --> 00:08:31.420 เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของพระกายของพระองค์ 00:08:31.420 --> 00:08:35.980 ในทางปฏิบัติ คิดว่า เปาโลหมายถึงคริสเตียนควรจะฝึกนิสัย 00:08:35.980 --> 00:08:40.240 ในเชิงรุก ทั้งการอธิษฐาน และการอ่านพระคำและความสัมพันธ์ต่อกันและกัน 00:08:40.240 --> 00:08:43.460 เพื่อช่วยให้เราเติบโตในฐานะผู้ติดตามพระคริสต์ 00:08:43.466 --> 00:08:46.244 นี่คือจดหมายถึงชาวเอเฟซัส 00:08:46.244 --> 00:08:47.320 เป็นจดหมายที่ทรงพลัง 00:08:47.320 --> 00:08:54.220 ที่นี่ เปาโลได้สรุปเรื่องข่าวประเสริฐทั้งสิ้น บอกเราว่าข่าวประเสริฐควรปรับเปลี่ยนทุกส่วนของเรื่องราวชีวิตเราอย่างไร